สาธารณสุข แสดงละครโควิด-19 สาธิตวิธีอยู่ห่างกันที่บ้าน

Spread the love

สาธารณสุข แสดงละครโควิด-19 สาธิตวิธีอยู่ห่างกันที่บ้าน ทางกระทรวงสาธารณสุข แสดงละครสมมติระหว่างการแถลงข่าววันนี้ (1 เมษายน 2536 ) หวังให้ผู้ชมการแถลงการณ์เข้าใจได้ง่ายขึ้น ถึงวิธีการที่ต้องอยู่ห่างกัน  ที่บ้านของประชาชนเพื่อเป้นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019หรือโรคโควิด-19

การแสดงนี้ เริ่มต้นด้วยการล้างมือของนักแสดงหญิง ที่เป็นพนักงานของทางกระทรวง จากนั้นตัวละครชาย ซึ่งเป็นพนักงานของทางกระทรวงเหมือนกันก็เข้ามาในบ้านและทำการล้างมือ จากนั้นก็ร่วมกันเพื่อรับประทานอาหารกัน โดยอยู่คนละมุมโต๊ะ เพื่อให้อยู่ห่างกันระหว่าง 1-2 เมตร และใช้ช้อนกลางในตักอาหารแต่ละครั้ง

แพทย์หญิง พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย ได้ทำการเปิดเผยว่า การอยู่ห่างกันนี้ “ต้องทำ” ไม่ใช่แค่ควรที่จะทำ เพราะถ้าหากไม่ทำ ก็จะทำให้พบผู้ติดเชื้อเพิ่มพุ่งสูงขึ้น จนระบบสาธารณสุขอาจรองรับไม่ไหวนั่นเองและแม้ว่าจะต้องทำนานแค่ไหนก็ต้องทำ  ด้านแพทย์หญิงปฐมพร ศิรประภาศิริ ที่ปรึกษากรมการแพทย์ พูดในการแถลงเดียวกันนี้ว่าการอยู่ห่างกันเป็นเรื่องที่จำเป็นในเวลาแบบนี้ ซึ่งไม่ใช่แค่ประเทศไทยแค่ประเทศเดียวเท่านั้น แต่ทั้งโลกก็ใช้มาตรการคล้ายๆกันนี้เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้โรคโควิด-19 เกิดการแพร่ระบาดเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นประเทศเยอรมนี ที่ตำรวจสลายการชุมนุมต่อต้านผู้อพยพหรือที่ประเทศแอฟริกาใต้ที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องใช้แส้ฟาดคนที่ออกมาชุมนุม

อธิบดีกรมสุขภาพ นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์ระจิต เปิดเผยว่า ถ้าคนไทยช่วยกันอยู่ห่างกัน 80% กลางเดือนนี้คาดการณ์ว่าจะมีผู้ป่วย ยืนยันในประเทศราวๆทั้งหมด  7,700 ราย  แต่ตอนนี้ตัวเลขของผู้ป่วยในประเทศไทยน้อยกว่าอัตรานี้มาก แปลว่าคนไทยให้ความร่วมมือกับมาตรการนี้อย่างดี ซึ่งแน่นอนว่าต้องมากกว่า 80% แน่นอน

แพทย์หญิง พรรณพิมล พูดเพิ่มเติมว่า นอกจากการอยู่ห่างกัน มาตรการอื่นๆก็จำเป็นเหมือนกัน เช่น การทำงานอยู่ที่บ้าน การปิดสถานที่ต่างๆและการจัดระเบียบการใช้ขนส่งสาธารณะ ซึ่งมาตรการเหล่านี้ผ่านการไตร่ตรองมาแล้วอย่างดี เพราะกังวลว่าถ้าไม่ทำอาจจะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้กับประชาชนทั้งหมด ขณะเดียวกันนั้นก็อยากให้ความร่วมมือกับมาตรการของรัฐต่อไป

อธิบดีกรมอนามัยรายนี้ เปิดเผยว่า ขณะนี้ 40% ของบริษัทและสำนักงานต่างๆ ให้พนักงานทำงานจากบ้านแล้ว แต่กระทรวงสาธารณสุขตั้งเป้าไว้มากกว่า 60% จึงอยากให้สำนักงานให้ความร่วมมือมากกว่านี้

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *